🎄 Christmas: มากกว่าแค่การให้ของขวัญ แต่คือเทศกาลแห่งความมหัศจรรย์

เมื่อเห็นแสงไฟระยิบระยับเริ่มปรากฏตามท้องถนน นั่นคือสัญญาณว่า “คริสต์มาส” ได้เวียนกลับมาอีกครั้ง แม้ว่าปัจจุบันเราจะคุ้นเคยกับภาพของซานตาคลอสและต้นสนประดับไฟ แต่เบื้องหลังเทศกาลนี้มีเรื่องราวที่ลึกซึ้งและน่าทึ่งซ่อนอยู่

1. จุดเริ่มต้นที่ไม่ได้มีแค่เรื่องศาสนา

แม้ว่าคริสต์มาสจะเป็นการเฉลิมฉลองการประสูติของพระเยซูในศาสนาคริสต์ แต่รู้หรือไม่ว่าวันที่ 25 ธันวาคม ถูกเลือกขึ้นมาเพื่อให้สอดคล้องกับเทศกาลดั้งเดิมของชาวโรมันที่ชื่อว่า Saturnalia และการเฉลิมฉลองช่วงเหมายัน (Winter Solstice) ซึ่งเป็นการฉลองที่กลางคืนสั้นลงและแสงสว่างกำลังจะกลับมานั่นเอง

2. ทำไมต้องเป็น “ต้นคริสต์มาส”?

ธรรมเนียมการตั้งต้นไม้เขียวชอุ่มไว้ในบ้านเริ่มโด่งดังมาจากประเทศเยอรมนีในศตวรรษที่ 16 ต้นสนถูกเลือกเพราะเป็นไม้ที่ไม่ผลัดใบ (Evergreen) สื่อถึง “ชีวิตที่เป็นอมตะ” ท่ามกลางความหนาวเหน็บของฤดูหนาว

3. “ซานตาคลอส” มีตัวตนอยู่จริง

ต้นแบบของซานตาคลอสคือ นักบุญนิโคลัส (St. Nicholas) บาทหลวงผู้ใจบุญที่แอบมอบเงินช่วยเหลือคนยากไร้ในศตวรรษที่ 4 เรื่องราวของท่านถูกเล่าขานต่อกันมาจนกลายเป็นคุณลุงชุดแดงพุงพลุ้ยที่เราคุ้นเคยในปัจจุบัน (ซึ่งภาพจำชุดสีแดง-ขาวที่เราเห็นกันชัดเจนส่วนหนึ่งมาจากแคมเปญโฆษณาของ Coca-Cola ในช่วงปี 1930 ด้วยค่ะ)

สาระสำคัญของวันคริสต์มาส

สุดท้ายแล้ว สิ่งที่ทำให้คริสต์มาสพิเศษที่สุดไม่ใช่ของขวัญราคาแพงหรืออาหารมื้อหรู แต่คือ “การแบ่งปันและความเมตตา”มันคือช่วงเวลาที่เราจะได้ขอบคุณคนที่อยู่ข้างๆ และส่งต่อความปรารถนาดีให้แก่กัน เพื่อเติมเต็มหัวใจให้พองโตก่อนจะเริ่มต้นปีใหม่

“Christmas is not a time nor a season, but a state of mind. To cherish peace and goodwill, to be plenteous in mercy, is to have the real spirit of Christmas.” – Calvin Coolidge


Merry Christmas ! 🎅✨

Loading

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.